U Thant

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ U thant house
บ้านของ อู ถั่น ที่ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์
(ภาพจาก https://coconuts.co/yangon/features/walking-around-u-thants-former-house-yangon/)


ในบรรดาบุคคลจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีนักการทูตชาวพม่าผู้หนึ่งที่ได้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการของสหประชาชาติ และได้ทำคุณประโยชน์ในการช่วยบรรเทาความขัดแย้งจากวิกฤตการณ์นิวเคลียร์ท่ามกลางสงครามเย็น


วัยเด็ก 

อู ถั่น เป็นชาวเมืองปานตะเนา เกิดเมื่อวันที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2452 ในครอบครัวฐานะพอสมควร บิดาของเขาเป็นผู้ร่วมก่อตั้งสมาคมศึกษาประวัติศาสตร์พม่า (Burma Research Society) และหนังสือพิมพ์รายวันเดอะซัน (ย่างกุ้ง) และได้ปลูกฝังนิสัยรักการอ่านให้กับลูกทุกคน เขา ซึ่งเป็นพี่คนโตจากบุตรสี่คน มีความฝันจะเป็นนักวารสารศาสตร์ ผลงานแรกของเขาถูกตีพิมพ์ในนิตยสารลูกเสือของพม่าตั้งแต่ตอนที่เขาอายุสิบสองปี

อู ถั่น ในสมัยที่เป็นนักศึกษาในมหาวิทยาลัยย่างกุ้ง

การศึกษา

เขาได้เข้าศึกษาที่โรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งชาติในปานตะเนา เนื่องจากครอบครัวประสบปัญหาทางการเงินจากการเสียชีวิตของผู้เป็นบิดา ในระดับอุดมศึกษา เขาจึงเข้าศึกษาหลักสูตรเพื่อการประกอบอาชีพครูในมหาวิทยาลัยย่างกุ้งเป็นเวลาเพียงสองปี ระหว่างนั้นเขาได้เป็นเพื่อนกับอู นุ (U Nu) นักศึกษาอีกคนหนึ่ง- ซึ่งต่อมาได้เป็นบุคคลสำคัญเช่นเดียวกับเขา


File:U Nu with U Thant.jpg
อู ถั่น และ อู นุ

หน้าที่การงานในประเทศ

หลังจบการศึกษาแล้ว เขาก็ได้สอนหนังสือในโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งชาติ รวมถึงเขียนบทความลงในวารสาร และแปลหนังสือภาษาต่างประเทศ ในปีพ.ศ. 2474 เขาได้คะแนนอันดับหนึ่งในการสอบระดับชาติ และได้เลื่อนขั้นเป็นครูใหญ่ของโรงเรียนด้วยอายุเพียง 25 ปี เมื่อญี่ปุ่นเข้ามายึดพม่าในช่วงสงครามโลก อู ถั่นได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้นำคณะกรรมการปฏิรูปการศึกษา ทว่าเขาก็ไม่ได้มีอำนาจมากนัก ภายหลังจากนั้นเขาเองยังได้ร่วมมือกับฝ่ายต่อต้านญี่ปุ่นอีกด้วย

ปี พ.ศ. 2491 พม่าได้รับเอกราชจากอังกฤษหลังสงครามจบ อู นุ ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกของพม่า และได้ตั้ง อู ถั่นเป็นผู้อำนวยการสื่อ ต่อมา เขาก็ได้เลื่อนตำแหน่งในรัฐบาลไปเรื่อย ๆ ตั้งแต่เป็นเลขานุการกระทรวงสารสนเทศไปจนถึงเลขานุการนายกรัฐมนตรี ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษา พบปะกับแขกต่างชาติ และร่วมการประชุมนานาชาติต่าง ๆ รวมถึงเป็นเลขานุการในการประชุมครั้งสำคัญเมื่อปี 2498 ที่อินโดนีเซีย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดขบวนการไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด (Non-Aligned Movement) องค์กรระหว่างชาติที่วางตัวเป็นกลาง

อู ถั่น ได้เป็นตัวแทนของประเทศพม่าในองค์กรสหประชาชาติเมื่อปี พ.ศ. 2500 และได้เข้าร่วมการเจรจาในการประกาศเอกราชของอัลจีเรียหลายครั้ง


รูปอย่างเป็นทางการของอู ถั่น

เลขาธิการสหประชาชาติ

ภายหลังมรณกรรมในวาระของดั๊ก ฮัมมาร์โชลด์ (Dag Hammarskjöld) เลขาธิการสหประชาชาติคนที่สองในปี 2504 ก็ได้เกิดปัญหาในการหาผู้ดำรงตำแหน่งคนใหม่ เนื่องจากทั้งโซเวียตและสหรัฐอเมริกาต่างก็ไม่สามารถตกลงกันได้ กลุ่มตัวแทนจากประเทศกำลังพัฒนาอื่น ๆ และประเทศที่เข้าร่วมขบวนการไม่ฝักใฝ่ฝ่ายจึงเสนอชื่ออู ถั่นขึ้น เขาได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้รักษาการในวันที่ 3 พฤษจิกายน และรับตำแหน่งเลขาธิการสหประชาชาติคนที่สามในวันที่ 30 พฤษจิกายน นับเป็นชาวเอเชียคนแรกที่ได้ดำรงตำแหน่งนี้

ในวาระแรก อู ถั่นได้มีบทบาทในการลดทอนความขัดแย้งของโซเวียตและสหรัฐอเมริกาในวิกฤตการณ์นิวเคลียร์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้ทั้งสองประเทศหลีกเลี่ยงการใช้กำลังปะทะกันได้ โดยการเสนอให้สหรัฐอเมริกายืนยันว่าจะไม่โจมตีเพื่อแลกกับการที่โซเวียตจะถอนการติดตั้งขีปนาวุธออกจากเกาะคิวบา นำไปสู่การเจรจาในขั้นต่อไป นอกจากนั้น เขายังได้เจรจากับฟิเดล คาสโตร (Fidel Castro) ผู้นำของคิวบาที่ไม่พอใจกับการที่โซเวียตจะถอนขีปนาวุธออกจากประเทศ

เขามีบทบาทในการส่งกองกำลังเข้าไปควบคุมเหตุความวุ่นวายทางการเมืองในประเทศคองโกในปลายปี 2505 จนสามารถควบคุมสถานการณ์ให้อยู่ภายใต้ความสงบได้ในช่วงเดือนมกราคมปีถัดมา

อู ถั่น ได้ดำรงตำแหน่งต่อในสมัยที่สองตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2509 ซึ่งเขาได้ก่อตั้งหน่วยงานและโครงการขึ้นอีกมากมาย รวมถึงควบคุมการเข้าเป็นสมาชิกของประเทศใหม่ ๆ จากเอเชียและแอฟริกา  ทว่าในสมัยนี้ความสัมพันธ์ของเขาและสหรัฐอเมริกาไม่ดีเท่าไหร่นัก เนื่องจากเขาได้มีคำสั่งให้ถอนกำลังรักษาความสงบของสหประชาชาติออกจากคาบสมุทรไซนายตามคำขอของประธานาธิบดีนัสเซอร์ (Gamel Abdel Nasser) แห่งอียิปต์ ในระหว่างที่เกิดความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและอียิปต์ ทำให้อิสราเอลและสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นพันธมิตรกันไม่พอใจ อีกทั้งเขาเองยังตำหนิการกระทำของสหรัฐอเมริกาในสงครามเวียดนาม ทำให้ความพยายามของเขาที่จะเจรจาระหว่างสหรัฐฯและเวียดนามไม่ประสบผล

เขาปฏิเสธที่จะรับตำแหน่งต่อในสมัยที่สาม และสิ้นสุดการทำหน้าที่ในวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2514

รางวัล

โดยส่วนใหญ่ อู ถั่นมักปฏิเสธที่จะรับรางวัลทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติ รางวัลที่เขาได้รับได้แก่รางวัลชวาหะร์ลาล เนห์รู จากรัฐบาลอินเดียในปี 2508 และรางวัลมหาตมะคานธีในปี 2515

ในตอนแรก ตัวแทนสหประชาชาติจากนอร์เวย์และคณะกรรมการคนอื่น ๆ ได้เห็นว่าเขาเป็นผู้ที่สมควรได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพจากผลงานในการช่วยแก้ไขความขัดแย้งเรื่องขีปนาวุธในคิวบา หากแต่กุนนาร์ จาห์น หัวหน้าคณะกรรมการรางวัลโนเบลไม่เห็นชอบด้วย ซึ่งอู ถั่น ก็ได้แสดงความโล่งใจในการไม่ได้รับรางวัลดังกล่าว


การเสียชีวิต

อู ถั่น เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งปอดในวันที่ 25 พฤษจิกายน พ.ศ. 2517 ที่บ้านพักในนิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา โดยนายพลเน วิน (Ne Win) นายกรัฐมนตรีของพม่าซึ่งทำรัฐประหารจากอู นุ ไม่ได้ให้เกียรติเขาเป็นพิเศษ จึงเกิดความขัดแย้งขึ้นระหว่างรัฐบาลและกลุ่มนักศึกษาที่ต่อต้านรัฐบาล ซึ่งต้องการจะนำศพของเขามาประกอบพิธีให้สมเกียรติ

เกิดการปะทะกันขึ้นเมื่อนักศึกษาหัวรุนแรงแย่งโลงศพเพื่อจะไปจัดพิธีให้ด้วยตนเอง ทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ในที่สุดรัฐบาลก็ได้ฝังศพของเขาใกล้กับเจดีย์ชเวดากอง

บรรณานุกรม
  • https://en.wikipedia.org/wiki/U_Thant
  • https://en.wikipedia.org/wiki/U_Thant_funeral_crisis
  • https://www.thefamouspeople.com/profiles/u-thant-7042.php
  • https://www.britannica.com/biography/U-Thant
  • https://www.un.org/sg/en/content/formersg/u-thant

เขียนโดย น.ส. บุญรักษา ธุวจิตต์ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ชั้น ม.6 ห้อง 76 เลขที่ 13 

ความคิดเห็น